ลากาแซตต์ซัดชัย อาร์เซน่อล เฉือน นาโปลี 1-0 ลิ่วรอบรองชนค้างคาว

ลากาแซตต์ซัดชัย อาร์เซน่อล เฉือน นาโปลี 1-0 ลิ่วรอบรองชนค้างคาว

   ลากาแซตต์ซัดชัย จากฟรีคิกพา ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เฉือนเอาชนะ นาโปลี 1-0 รวมสองนัด อาร์เซน่อล ชนะไป 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศยูโรป้าลีกไปเจอกับ บาเลนเซีย ที่เอาชนะ บีญาร์เรอัล มาได้

ลากาแซตต์ซัดชัย อาร์เซน่อล เฉือน นาโปลี 1-0

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง นาโปลี เปิดบ้านต้อนรับ อาร์เซน่อล ที่สนาม ซาน เปาโล ในวันที่ 18 เมษายน 2562 โดยเกมแรกที่เจอกันเป็น ปืนใหญ่ที่เปิดบ้านตุนประตูไว้ 2-0

   ช่วงต้นเกม 10 นาทีแรก อาร์เซน่อล ทำได้ดีกว่า มีโอกาสได้บุกกดดันเข้าใส่เจ้าถิ่น แต่จังหวะจบยังทำได้ไม่ดีพอ จึงยังไม่ได้ประตูออกนำ

   นาทีที่ 17 เป็นโอกาสลุ้นของนาโปลีจากจังหวะโต้หลับ เริ่มจากการที่คูลิบาลี่แย่งบอลได้ แล้วเป็นรุยซ์ลากพาบอลขึ้นมา แล้วจ่ายคืนให้คูลิบาลี่เปิดเข้าไปในกรบเขตโทษให้กาเญฆ่อนยิงไปติดเซฟ

   นาทีที่ 24 เจ้าถิ่นส่งบอลเข้าไปกองก้นตาข่ายปืนใหญ่ได้สำเร็จแต่ไม่ได้ประตู จากจังหวะที่อินซินเญ่แทงบอลจากหน้าเขตโทษไปให้มิลิค โฉบมาชิพผ่านเช็กเข้าประตูไป แต่โดนจับล้ำหน้าก่อนจึงไม่ได้ประตู

   เล่นไปเล่นมาแม้ นาโปลี จะมีโอกาสลุ้นมากกว่าแต่กลับเป็น อาร์เซน่อล ที่มาได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 36  จากฟรีคิกที่ระยะประมาณ 30 หลาเกือบกลางประตู ลากาแซตต์ ปั่นบอลโค้งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ปืนใหญ่ นำ 1-0

   ช่วงท้ายเกม นาโปลี พยายามจะเร่งเกมเพื่อจะเอาประตูคืนให้ได้ เพราะหากพวกเขาต้องการเข้ารอบจะต้องยิงอย่างน้อย 4 ประตู แต่กระทั่งจบครึ่งแรกพวกเขาก็ยังบวกประตูไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 48 ทีมเยือนเกือบจะมาได้ประตูที่สอง เมื่อมคิทาร์ยานได้บอลทางขวา ก่อนจะตบเข้ากลางไปให้โอบาเมอย็องยิงโล่งๆ แต่เมเร็ทยังปัดข้ามคานออกไป

   นาโปลี ยังคงพยายามจะทวงประตูคืนต่อไป นาทีที่ 67 กูลาม จ่ายเข้าเขตโทษให้ มิลิค เอาบอลลงก่อนที่จะยิง บอลแฉลบหลุดเสาออกไปได้เพียงเตะมุม ซึ่งเปิดมาหน้าปากประตูแล้วเป็น รุยซ์ เก็บได้ก่อนจะจ่ายให้ กาเญฆ่อน วิ่งสอดมาซัดบอลก็ยังหลุดออกหลังอีก

   เกมนี้แม้เจ้าถิ่นจะมีโอกาสเยอะแต่ทำไม่ได้เอง สุดท้ายจบเกม อาร์เซน่อล บุกมาเอาชนะ นาโปลี ถึงถิ่น 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศยูโรป้าลีกด้วยสกอร์รวม 3-0 ไปเจอกับ บาเลนเซีย

 

 

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล vs บอร์นมัธ

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล vs บอร์นมัธ

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก บอร์นมัธ ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในคืนวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019  เวลา 02.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

25/11/18 บอร์นมัธ 1-2 อาร์เซน่อล
14/01/18 บอร์นมัธ 2-1 อาร์เซน่อล
09/09/17 อาร์เซน่อล 3-0 บอร์นมัธ
04/01/17 บอร์นมัธ 3-3 อาร์เซน่อล
27/11/16 อาร์เซน่อล 3-1 บอร์นมัธ

พรีเมียร์ลีกพรีวิว  ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล vs บอร์นมัธ

อาร์เซน่อล

   ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 พรีเมียร์ลีกแม้ว่าในฤดูกาลนี้ฟอร์มไม่คงที่นัก แต่สำหรับเกมในบ้านพวกเขาแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงทีมเดียวเท่านั้น นอกนั้นเก็บชัยไปได้ถึง 11 จาก 14 นัด

   สำหรับ 5 นัดหลังสุดพวกเขาเก็บชัยไปได้ 3 นัดและแพ้ไป 2 ล่าสุดเปิดเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน มา 2-0 ส่วนสถิติการพบกันของ อาร์เซน่อล กับ บอร์นมัธ 4 เกมที่ทั้งคู่เจอกันในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ปืนใหญ่ เป็นฝ่ายที่เอาชนะไปได้ 4 เกมรวด

   เกมนี้ อูไน เอเมรี่ กุนซือของปืนใหญ่ ขาด เอคเตอร์ เบเยริน, แดนนี่ เวลเบ็ค และ ร็อบ โฮลดิ้ง ที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ส่วนอเล็กซ์ อิโวบี้ และสเตฟาน ลิชต์สไตเนอร์ ยังต้องรอเช็คความฟิตก่อนว่าจะพร้อมลงสนามหรือไม่

   แต่จะได้ โลร็องต์ กอสเซียลนี่ และ เอนส์ลีย์ เมตแลนด์ ไนล์ส กลับมาพร้อมลงสนามอีกครั้ง

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : แบรนด์ เลโน่, เอนส์ลีย์ เมตแลนด์ ไนล์ส, ชโคดราน มุสตาฟี่, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ลูคัส ตอร์เรย์ร่า, มัตเตโอ เกนดูซี่, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์, ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง, เมซุต โอซิล

บอร์นมัธ

   ทางด้านทีมเยือน บอร์นมัธ ทีมอันดับ 12 ฟอร์ม 5 นัดหลัง ชนะมา 2 เสมอ 1 และแพ้ไป 2 นัด ล่าสุดเพิ่งจะเปิดบ้านเสมอกับ วูล์ฟแฮมตัน ไป 1-1

   เกมนี้พวกเขาประสบกับปัญหาตัวผู้เล่นบาดเจ็บพอสมควร เพราะหลักๆ ก็มีถึง 4 รายที่ไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้อย่างแน่นอนทั้ง เลวิส คุก, จูเนียร์ สตานิสลาส, เดวิด บรู๊ค และ คัลลั่ม วิลสัน นอกจากนี้ เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา กองกลางตัวสำคัญของทีมยังติดโทษแบน 2 เกม หลังจากสะสมใบเหลืองครบ 10 ใบอีกด้วย

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : อาร์เทอร์ โบรุค, นาธาเนียล ไคลน์, คริส เมฟแคม, นาธาน อาเก้, ดิเอโก้ ริโก้, จอร์ดอน ไอบ์, แดน กอสลิ่ง, แอนดรูว์ เซอร์แมน, ไรอัน เฟรเซอร์, โจชัว คิง, ลีส มูสเซ็ต