ลาลีกา เสปน พรีวิว แอตฯมาดริด พบ เอสปันญ่อล

ลาลีกา เสปน พรีวิว แอตฯมาดริด พบ เอสปันญ่อล

   ลาลีกา เสปน 2018/19 แอตมาดริด เปิดบ้านพบ เอสปันญ่อล ที่สนาม เอสตาดิโอ วานด้า เมโทรโปลิตาโน่ ผลบอลสด ในคืนวันเสาร์ ที่ 22 ธันวาคม 2561 เวลา 22:15 น.

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

06/05/18 แอตฯมาดริด 0-2 เอสปันญ่อล

23/12/17 เอสปันญ่อล 1-0 แอตฯมาดริด

23/04/17 เอสปันญ่อล 0-1 แอตฯมาดริด

04/12/16 แอตฯมาดริด 0-0 เอสปันญ่อล

09/04/16 เอสปันญ่อล 1-3 แอตฯมาดริด

ลาลีกา ความพร้อมของ แอตฯมาดริด กับ เอสปันญ่อล

แอตฯมาดริด

   เกมนี้ แอตฯมาดริด ต้องขาด ดีเอโก้ คอสต้า, โฮเซ่ มาเรีย คีเมเนซ และ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว ยังไม่สามารถใช้งาน ฟีลีเป้ ลุยส์ กาสมีร์สกี้ แบ็คซ้ายที่เดี้ยงเพิ่ม

   ทำให้ ซาอูล ญีเกซ ต้องถอยมารับบทแบ็คซ้ายจำเป็นอีกครั้ง ส่วน โตม่าส์ เลอมาร์ ปีกซ้ายตัวเก่งยังคงต้องรอเช็คสภาพร่างกายอีกครั้งว่าจะฟิตทันลงสนามหรือไม่

   โดย ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือของ แอตฯมาดริด ใช้หน้าคู่เป็น อองตวน กรีซมันน์ กับ นิโกล่า คาลินิช ในขณะที่ อังเคล กอร์เรอา, โธมัส พาร์เตย์, โรดริโก้ เอร์นานเดซ โรดรี และ ฆอร์เค่ เรซูร์เรกซิออน โกเก้ ลงทำเกมในแดนกลาง แนวรับมี ซานติอาโก้ อารีอาส, สเตฟาน ซาวิช, ดีเอโก้ โกดิน กับ ซาอูล ญีเกซ และมี ยาน โอบลัค เฝ้าเสา

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ยาน โอบลัค, ซานติอาโก้ อารีอาส, สเตฟาน ซาวิช, ดีเอโก้ โกดิน, ซาอูล ญีเกซ, อังเคล กอร์เรอา, โธมัส พาร์เตย์, โรดริโก้ เอร์นานเดซ โรดรี, ฆอร์เค่ เรซูร์เรกซิออน โกเก้, อองตวน กรีซมันน์, นิโกล่า คาลินิช

เอสปันญ่อล

   ทีมเยือนเกมนี้ขาด มารีโอ เอร์โมโซ่ กับ ฆาเบียร์ โลเปซ ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่ข่าวดีคือได้ ดีดัก บีล่า แบ็กซ้ายพ้นโทษแบนกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

   รูบี้ เทรนเนอร์ของ เอสปันญ่อล วาง บอร์ฆา อีเกลเซียส ยืนหน้าคู่ เซร์คิโอ การ์เซีย โดยมี เอสเตบัน กราเนโร่, บิคตอร์ ซานเชซ, มาร์ก โรก้า และ เซร์จี้ ดาร์เดร์ ลงทำเกมในแดนกลาง ส่วนแนวรับมี ฆาเบียร์ โลเปซ, ดาบิด โลเปซ ซิลบา, ออสการ์ ดูอาร์เต้ และ ดีดัก บีล่า ในขณะที่ เอโก้ โลเปซ เฝ้าเสาตามเดิม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ดีเอโก้ โลเปซ, โรเบร์โต้ โรซาเลส, ดาบิด โลเปซ ซิลบา, ออสการ์ ดูอาร์เต้, ดีดัก บีล่า, เอสเตบัน กราเนโร่, บิคตอร์ ซานเชซ, มาร์ก โรก้า, เซร์จี้ ดาร์เดร์, บอร์ฆา อีเกลเซียส, เซร์คิโอ การ์เซีย

 

แชมป์กลุ่ม ช้างศึก อัดสิงคโปร์ยับ 3-0 ตัดเชือกเสือเหลืองชิงแชมป์อาเซียน

แชมป์กลุ่ม ช้างศึก อัดสิงคโปร์ยับ 3-0 ตัดเชือกเสือเหลืองชิงแชมป์อาเซียน

   แชมป์กลุ่ม ช้างศึก ทีมชาติไทย เปิดบ้านไล่ต้อน สิงคโปร์ 3-0 จากลูกยิงของ พรรษา เหมวิบูลย์, ศุภชัย ใจเด็ด และปิดท้ายด้วย อดิศักดิ์ ไกรษร ซัดคนละประตูพา ช้างศึก เก็บสามแต้มเต็มคว้าแชมป์กลุ่มบี ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศในศึกฟุตบอล ชิงแชมป์อาเซียน 2018 โดยจะพบกับ เสือเหลือง มาเลเซีย ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้

แชมป์กลุ่ม ช้างศึก อัดสิงคโปร์ 3-0 ตัดเชือกเสือเหลือง

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล เอเอฟเอ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบแบ่งกลุ่มสายบี ทีมชาติไทย เปิดบ้านพบกับ ทีมชาติสิงคโปร์ ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561

   ก่อนลงสนามในเกมนี้ ทีมชาติไทย รั้งจ่าฝูงของกลุ่มโดยมี 7 คะแนน ส่วน สิงคโปร์ มี 6 คะแนน อยู่อันดับ 3 โดยเกมนี้ ทีมชาติไทย ต้องการอย่างน้อย 1 แต้ม เพื่อการันตีการผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ

   เริ่มเกมนาทีที่ 3 ช้างศึก เป็นฝ่ายได้ลุ้นก่อนจากลูกเตะมุม ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ เปิดไปหน้าประตูให้ ศุภชัย ใจเด็ด ได้ขึ้นโหม่ง น่าเสียดายที่บอลข้ามคานออกไป

   นาทีที่ 7 สิงคโปร์ โต้กลับขึ้นมาบ้าง และได้ลุ้นจากลูกยิงของ อิคซาน ฟานดี้ แต่บอลยังไปติดเซฟของ ฉัตรชัย บุตรพรม

   หลังจากนั้นนาทีที่ 12 ในที่สุด ทีมชาติไทย ก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากลูกเตะมุม กรกช โยนบอลไปหน้าประตูให้ พรรษา เหมวิบูลย์ จัดการโขกบอลลงพื้นไปโดนกองหลัง สิงคโปร์ เข้าประตูไป ช้างศึก นำจนได้

   หลังจากได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ถัดมานาทีที่ 23 ทีมชาติไทย มาได้เพิ่มอีก 1 ประตู จากจังหวะที่ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ วางบอลจากกลางสนามไปหน้าประตูแล้วกองหลังสิงคโปร์เคลียร์ไม่ขาด บอลไปเข้าทาง ศุภชัย ใจเด็ด ซัดด้วยขวาเสียบเสาแรกพา ช้างศึก ขึ้นนำ 2-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลังนาทีที่ 56 สิงคโปร์ได้ลุ้นประตูตีไข่แตกจากฟรีคิกที่ระยะประมาณ 20 หลากลางประตู อิคซาน ฟานดี้ ปั่นด้วยขวา บอลหลุดกรอบออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   ถัดมานาทีที่ 72 ทีมชาติไทย เกือบจะได้ประตูที่ 3 จากจังหวะที่ สรรวัชญ์ เดชมิตร ไหลบอลไปให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ซัดด้วยขวา บอลพุ่งตรงกรอบแต่โดน ฮัสซัน ซันนี่ ปัดออกหลัง ไปได้

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 89 ทีมชาติไทย มาได้ประตูปิดกล่องจากลูกยิงของ อดิศักดิ์ ไกรษร ช่วยให้ ช้างศึก นำห่างสิงคโปร์ 3-0

   จบเกม ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายเอาชนะสิงคโปร์ไป 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศรายการชิงแชมป์อาเซียนในฐานะแชมป์กลุ่มบี ซึ่งจะไปพบกับ มาเลเซีย ในวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ที่สนาม บูกิตจาลิล ประเทศมาเลเซีย ส่วนนัดที่ 2 ช้างศึก ทีมชาติไทย จะกลับมาเล่นในบ้าน ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 5 ธันวาคม 2561

 

มิโลวาน ราเยวัช ตั้งเป้าพา ช้างศึก ทีมชาติไทย คว้า 3 แต้ม ประเดิมศึกชิงแชมป์อาเซียน

มิโลวาน ราเยวัช ตั้งเป้าพา ช้างศึก ทีมชาติไทย คว้า 3 แต้ม ประเดิมศึกชิงแชมป์อาเซียน

   มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอน ช้างศึก ทีมชาติไทย ตั้งเป้าจะคว้าชัยชนะเหนือ ติมอร์ เลสเต คู่แข่งในนัดแรกในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ซูซูกิคัพ เพื่อประเดิม 3 แต้มแรกในรายการนี้ให้ได้

   เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11.00 น ที่ห้อง 127 สนามราชมังคลากีฬาสถาน ได้จัดการแถลงข่าวก่อนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 รอบแบ่งกลุ่มนัดแรกของกลุ่ม B ระหว่างทีมชาติติมอร์ เลสเต พบกับ ทีมชาติไทย

   ซึ่งภายในงานแถลงข่าวประกอบไปด้วยตัวแทนจากทั้งสองทีมเข้าร่วมแถลงข่าวในงานนี้ ได้แก่มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย และ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กองหลังกัปตันทีม ตัวแทนจาก ทีมชาติไทย และ โนริโอะ สึคิตาเตะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ จอร์เก้ ซัมบาส ตัวแทนจากทีมชาติติมอร์ เลสเต

มิโลวาน ราเยวัช ตั้งเป้าพา ทีมชาติไทย ประเดิม 3 แต้ม ศึกชิงแชมป์อาเซียน

   โดยมิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย ได้กล่าวถึงความพร้อมของขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย ในเกมนัดนี้ว่า ”ทีมของเรามีความพร้อม ที่ผ่านมาการฝึกซ้อมเป็นไปตามแผนที่เราได้วางเอาไว้ทุกอย่าง ทำให้ตอนนี้เรามีความพร้อมเต็มที่ในการเจอกับติมอร์ เลสเต”

   “มันเป็นเรื่องที่ดีที่ในนัดนี้เราได้เล่นในบ้านของเราเอง เพราะหากเราเป็นฝ่ายที่จะต้องเดินทางไปเยือนติมอร์ อาจจะทำให้นักเตะของเรามีอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และก็ต้องขอบคุณทางติมอร์ด้วยที่เลือกให้ไทยเป็นผู้จัดการแข่งขันในนัดนี้”

   “เราจะเล่นกันอย่างเต็มที่และไม่ประมาททุกทีมในอาเซียน เราจะทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด หลายคนอาจจะมองว่าติมอร์เป็นทีมที่แกร่งน้อยที่สุดในสาย แต่เราจะไม่ประมาท เราเคารพคู่ต่อสู้ทุกทีม”

   “เป้าหมายในนัดแรกคือการเก็บ 3 แต้มให้ได้ เพื่อเป็นการเริ่มต้นที่ดี และจากนั้นค่อยมองเป็นเกมต่อเกม เพราะทุกเกมมีความสำคัญเท่ากันหมด”

   “ผมเชื่อมั่นในนักเตะของผมว่ามีความแข็งแกร่งทุกตำแหน่งเพราะผมเป็นคนเลือกพวกเขาเอง สำหรับ 11 ตัวจริงในใจตอนนี้ยังไม่มี ผมจะขอดูฟอร์มของพวกเขาอีกครั้งในการซ้อมครั้งสุดท้ายในเย็นวันนี้ แล้วค่อยตัดสินใจเลือกนักเตะลงสนามอีกครั้ง”

   ทั้งนี้ ทีมชาติไทย ในฐานะแชมป์เก่า อยู่ในกลุ่มบีร่วมกับ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และติมอร์ เลสเต ซึ่งการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกระหว่างทีมชาติติมอร์ เลสเต พบกับ ทีมชาติไทย จะมีขึ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD

ดูบอลสด โปรแกรมการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของ ทีมชาติไทย มีดังนี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ติมอร์เลสเต พบ ไทย เวลา 19.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน, วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 ไทยพบอินโดนีเซีย เวลา 18.30 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน, วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ฟิลิปปินส์พบไทย เวลา 18.30 น. ณ สนามปานาอัด สเตเดี้ยม, วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ไทยพบสิงคโปร์ เวลา 19.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

 

 

ปืนใหญ่ อาร์เซนอล บุกอัด คาราบัก 3-0 เกมฟ ยูโรป้า ลีก

ปืนใหญ่ อาร์เซนอล บุกอัด คาราบัก 3-0 เกมฟ ยูโรป้า ลีก

   ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำเร็วจาก โซคราติส ปาปาสทาโธปูลอส ก่อนจะมาได้เพิ่มอีก 2 ประตูในครึ่งหลังจาก เอมิล สมิธ โรว์ กับ มัตเตโอ เกนดูซี่ ที่ยิงกันคนละประตูพา อาร์เซนอล เอาชนะ คาราบัก 3-0 ผ่าน 2 นัด มี 6 แต้มเต็ม นำจ่าฝูงกลุ่มอี ในศึก ยูโรป้าลีก รอบแบ่งกลุ่ม

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ยูโรป้าลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี อาร์เซนอล บุกไปเยือน คาราบัก ที่สนาม บากี โอลิมปิยา ในวันที่ 4 ตุลาคม 2561

   คาราบัก ปรับเพียง 2 ตำแหน่งจากเกมนัดล่าสุด โดยใช้ อโกลลี ยืนแบ็คซ้ายและให้ เอเมาการ่า ยืนเป็นหน้าเป้า ส่วนทางด้าน อาร์เซนอล ได้ โซคราติส กลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้ง และเปิดโอกาสให้บรรดาแข้งสำรองและแข้งดาวรุ่งอย่างเช่น โซลาซินัค, เอลเนนี่, เกนดูซี่ และ สมิธ โรว์ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง

ปืนใหญ่ อาร์เซนอล นำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 4 ก่อนจะได้เพิ่มอีก 2 ประตูในครึ่งหลัง

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีที่ 4 อาร์เซนอล ก็มาได้ประตูออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็วจากลูกเตะมุมที่เปิดเข้าไปแถวหน้าเขตโทษ มอนเรอัล โหม่งบอลไปโดน โซคราติส เปลี่ยนทางเข้าประตูไป ปืน นำเร็ว 1-0

   นาทีที่ 18 อาร์เซนอล เกือบจะได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ สมิธ โรว์ ให้บอลไปที่ อิโวบี้ ส่งต่อให้ โคลาซินัค ปาดไปเสาสอง แล้วเป็น สมิธ โรว์ วิ่งมาชาร์จสุดเหยียดบอลเลยชนข้างตาข่ายแทน

   นาทีที่ 39 เป็นจังหวะลุ้นของ คาราบัค บ้าง จากจังหวะที่แนวรับของ อาร์เซนอล เคลียร์บอลกันไม่ขาดแล้วโดนดักได้ สุดท้ายบอลไปเข้าทาง โอโซบิช ยิงทันทีแต่ยังโดน เลโน่ เซฟเอาไว้ได้

   จบครึ่งแรก อาร์เซนอล เป็นฝ่ายที่ออกนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลังลงสนามมาได้แค่เพียง 4 นาทีเท่านั้น เจ้าถิ่นก็สามารถส่งบอลเข้าไปกองในก้นตาข่ายของทีมเยืนได้แล้วจากลูกยิงของ มาดาตอฟ แต่ไม่ได้ประตูเพราะมีธงล้ำหน้าขึ้นมาก่อนแล้ว

   สุดท้ายกลายเป็น อาร์เซนอล ที่มาได้ประตูนำ 2-0 จากบอลโต้กลับในนาทีที่ 53 อิโวบี้ จ่ายออกขวาให้ สมิธ โรว์ วิ่งสอดเข้าไปในเขตโทษก่อนจะซัดบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ปืนนำห่าง 2-0

   ท้ายเกมนาทีที่ 79 ทีมเยือนมาได้ประตูปิดท้าย 3-0 จากการโต้หลับที่ยอดเยี่ยม ลากาแซตต์ ได้บอลทางฝั่งซ้ายแล้วจ่ายเข้ากลางให้ เกนดูซี่ จับบอลก่อนหนึ่งจังหวะแล้วตัดสินใจซัดด้วยขวา เป็นประตูที่สามเรียบร้อย

   จบเกมปืนใหญ่ อาร์เซนอล เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะ คาราบัค ถึงถิ่น 3-0 ผ่าน 2 นัด อาร์เซนอล มี 6 แต้มเต็ม นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มอี

 

ลาลีกา สเปน นัดที่ 6 พรีวิว เลกาเนส พบ บาร์เซโลน่า

ลาลีกา สเปน นัดที่ 6 พรีวิว เลกาเนส พบ บาร์เซโลน่า

   ลาลีกา สเปน นัดที่ 6 ดูบอลสด เลกาเนส เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจากทีม ต่างดาว บาร์เซโลน่า ในวันพุธที่ 26 กันยายน 2561 เวลา 01.00 น. ที่สนาม Estadio Municipal de Butarque

ความพร้อมของทั้งสองทีม

เลกาเนส

   เกมนี้ เมาริซิโอ เปเยกริโน่ กุนซือของ เลกาเนส ยังคงไม่มี เอเซเกล มูนญอซ ที่มีอาการบาดเจ็บโคนขา อเล็กซานเดอร์ ซีมานอฟสกี้ และ โฆเซ่ อานาอิตซ์ ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บเช่นกัน

   แดนกลางต้องรอเช็คความฟิตของ เรซีโอ้ ก่อน หากไม่พร้อมอาจจะให้โอกาส ออสการ์ โรดริเกซ ดาวรุ่งที่ยืมตัวมาจาก เรอัล มาดริดออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทน เกมรุกยังคงเป็น กุยโด้ การ์รีโย่, นาบิล เอล ซาร์ และ ดีเอโก้ โรลัน

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อีบัน กวยยาร์, อัลลัน นียอม, อูไน บุสตินซ่า, ดิมิทริออส ซิโอวาส, ราอูล การ์เซีย, เคราร์ด กุมเบา, รูเบน เปเรซ, เรซีโอ้, นาบิล เอลซาร์, กุยโด้ การ์รีโย่, ดีเอโก้ โรลัน

บาร์เซโลน่า

   ส่วนทางด้าน บาร์เซโลน่า เกมนี้ขาด เกลมอง ลองเล่ต์ ที่โดนใบแดงในเกมที่เสมอกับ จีโรน่า แต่จะได้ ฟิลิเป้ คูตินโญ่ กับ อีวาน ราคิติช ที่ได้พักในเกมก่อนกลับมาพร้อมลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ ส่วนแนวรุกยังคงเป็น เมสซี่, ซัวเรซ และ เดมเบเล่ เช่นเดิม

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น, เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูแอล อุมติตี้, ยอร์ดี้ อัลบา, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อุสมาน เดมเบเล่

ลาลีกา สเปน พรีวิว วิเคราะห์เกม เลกาเนส พบ บาร์เซโลน่า

   เกมนี้ ลากาเนส ที่ตอนนี้รั้งบ๊วยของตาราง ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด แพ้มา 4 นัด และที่เหลืออีก 1 นัดคือผลเสมอ นัดนี้ต้องโคจรมาพบกับจ่าฝูงของตารางอย่างทีมต่างดาว บาร์เซโลน่า ที่นัดที่แล้วเพิ่งจะพลาดมา

   ผลงานของ บาร์ซ่า 5 นัดที่เพิ่งผ่านมาเอาชนะมาได้ทั้งหมด 4 เกม และเสมอไปเพียงเกมเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นเกมนี้ บาร์ซ่า มาเปิดเกมบุกใส่อีกฝั่งแน่นอน

   ดังนั้นเกมนี้ไม่ว่าจะมองมุมไหน บาร์เซโลน่า ก็มาวินแน่นอน อีกทั้งหากดูจากตัวผู้เล่นแล้วก็ดูยังค่อนข้างจะห่างชั้นกันพอสมควร เชื่อว่า บาร์ซ่า เอาจริงแน่นอน ยังไงแล้ว เกมนี้ บาร์เซโลน่า น่าจะเอาชนะ ลากาเนส ไปได้ไม่ยากนัก

 

วิเคราะห์บอล ก่อนเกม วัตฟอร์ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วิเคราะห์บอล ก่อนเกม วัตฟอร์ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   วิเคราะห์บอล ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018/19 เป็นการพบกันระหว่าง วัตฟอร์ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2018 ที่จะลงทำการแข่งขัน เวลา 23.30 น ตามเวลาในประเทศไทย ที่สนามวิคาเรจ โร้ด

สภาพความพร้อม วัตฟอร์ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   สำหรับ วัตฟอร์ด ยังมีปัญหาในเรื่องของตัวผู้เล่นตามเดิม ในเกมนี้พวกเขาจะไม่มี มิเกล บริตอส, ยูเนส กาบูล, ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ และเคราร์ด เดวโลเฟว

   จากฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นในนัดที่วัตฟอร์ดเปิดบ้านเอาชนะสเปอร์สไป 2-1 ในเกมนี้พวกเขาน่าจะยึดแผนการเล่นและผู้เล่นชุดเดิมโดยมีเบน ฟอสเตอร์ ยืนเป็นนายด่านเฝ้าประตู ส่วน อังเดร เกรย์ และทรอย ดีนี่ย์ 2 คู่หูเป็นกองหน้า

   ในส่วนของทีมเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้ทีมของ มูรินโญ่ ขาด ลุค ชอว์ ที่บาดเจ็บจากการลงสนามในเกมทีมชาติอังกฤษ, เซร์คิโอ โรเมโร่ และมาร์กอส โรโฮ ที่ยังม่สามารถเลงเล่นได้

   เกมนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อยจากเกมที่เอาชนะเบิร์นลี่ย์ มา 2-0 โดยอาจจะเลือกใช้ เอริค ไบญี่ มายืนเป็นเซ็นเตอร์คู่กับสมอลลิ่ง และแอชลี่ย์ ยัง ลงมาแทนตำแหน่งของ ชอว์ นอกจากนี้เกมนี้ยังอาจได้เห็นแบ็คป้ายแดง ดิโอโก้ ดาโลต์ ที่มีชื่อติดทีมเป็นครั้งแรกอีกด้วย  

วิเคราะห์บอล วัตฟอร์ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   วัตฟอร์ด โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรง โดยสามารถเก็บชัยได้ 4 นัดรวด ขึ้นไปอยู่ ในกลุ่มผู้นำหัวตาราง โดยมีแต้มเทียบเท่ากับลิเวอร์พูลและเชลซี ต่างกันเพียงลูกได้เสียเท่านั้น ส่วนทางด้านปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น แม้ว่าจะพึ่งเอาชนะเบิร์นลี่ย์มา 2-0 แต่ก่อนหน้านั้นพวกเขาก็แพ้ให้กับ สเปอร์ส และไบรท์ตันมาก่อน

   สำหรับสถิติในการพบกันของวัตฟอร์ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าบ้านยังเป็นรองอยู่หลายขุม สถิติของทั้งสองทีมเจอกันทั้งหมด 23 เกม วัตฟอร์ดเอาชนะได้เพียง 3 เกมเท่านั้น

   หากจะว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว เกมนี้ก็ค่อนข้างจะสูสีกันเลยทีเดียว วัตฟอร์ด แม้จะตกเป็นรองในเรื่องของสถิติ แต่ก็อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ ลูกทีมของการ์เซียสามารถเอาชนะคู่แข่งมาได้ 4 นัดรวด อีกทั้งยังพึ่งเอาชนะ ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์มา 2-1 อีกด้วย แน่นอนว่าความมั่นใจของเหล่าขุนพลแตนอาละวาดมีเต็มเปี่ยมแน่นอน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่แมนยูจะบุกมาเอาชนะ วัตฟอร์ด ได้ง่ายๆเหมือนครั้งก่อนๆที่ผ่านมา ส่วนทางด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงแม้ว่า จะเรียกความมั่นใจ จากเกมที่ชนะเบิร์นลีย์มา 2-0 แต่หากดูจากฟอร์มการเล่นของเบิร์นลี่แล้วก็ต้องบอกว่าแตกต่างจากฤดูกาลที่แล้วพอสมควร ดังนั้น เกมในวันเสาร์นี้น่าจะเป็นเกมที่ค่อนข้างสนุกเลยทีเดียว สกอร์น่าจะไม่ห่างกันมากนัก

   วิเคราะห์จากผลการแข่งขัน 4 นัดที่ผ่านมา ให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเฉือนชนะ วัตฟอร์ด 2-1

 

ทีมชาติไทย จบบ๊วยแบบไร้ชัย ช้างศึกU19 พ่ายจีน 0-1 ปิดท้ายศึก GSB BANGKOK CUP 2018

ทีมชาติไทย จบบ๊วยแบบไร้ชัย ช้างศึกU19 พ่ายจีน 0-1 ปิดท้ายศึก GSB BANGKOK CUP 2018

   ทีมชาติไทย จบแบบไร้ชัย ในศึกฟุตบอล GSB BANGKOK CUP 2018 นัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2561 เวลา 19.30 น.ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ลงสนามพบกับทีมชาติจีน

   โดย ช้างศึกU19 ลงสนามในรายการนี้มาแล้วทั้งหมด 2 นัด มีเพียง 1 แต้ม และยังไม่ชนะใคร รั้งอันดับ 3 ของตาราง ส่วน จีน ลงสนาม 2 นัด แพ้รวดทั้งสองนัดต่อ ยูเออี และ จอร์แดน ทำให้ยังไม่มีคะแนน และรั้งบ๊วยของตาราง

ทีมชาติไทย ไร้ชัย ช้างศึกU19 จบบ๊วย GSB BANGKOK CUP 2018

   เริ่มเกมได้เพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น ช้างศึกU19 ก็ต้องมาเสียประตูไวจากความผิดพลาดของตัวเอง เมื่อแผงหลังทีมชาติไทยสกัดบอลในเขตโทษไม่ขาดมาเข้าทาง หลิว ลัว ฟาน ส้มหล่นซัดเต็มข้อเสียบมุมเข้าไปตุงตาข่าย ยังไม่ทันไรจีนนำเร็ว 1-0

   หลังจากที่เสียประตู ช้างศึกU19 ก็พยายามแก้ตัวด้วยการทำเกมบุกเพื่อหวังทวงประตูคืน นาทีที่ 22 ณัฐวุฒิ ชูติวัตร ได้ลองส่องไกลแต่ยังไม่ตรงกรอบ บอลข้ามคานออกไป

   นาที 31 ไทยได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ อิรฟาน ดอเลาะ เปิดบอลไปหน้าประตูให้กับ เมธี สาระคำ โหม่งย้อนไปเสาสอง แต่บอลเบาเกินไป นายทวารจีน รับได้สบาย

   นาทีที่ 34 น่าจะเป็นลูกใกล้เคียงจะเป็นประตูตีเสมอที่สุดของ ช้างศึกU19 ในช่วงครึ่งแรก เป็นจังหวะโต้กลับที่ ธีรภักดิ์ เปรื่องนา ได้ซัดเต็มข้อ แต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียวแบบได้ลุ้น

   ช่วงท้ายครึ่งแรก ไม่ค่อยมีจังหวะให้ลุ้นประตูมากนัก และ ช้างศึกU19 ยังไม่สามารถทวงประตูตีเสมอได้ ทำให้จบครึ่งแรก จีน เป็นฝ่ายขึ้นนำไทย 1-0

   ครึ่งหลังช่่วงต้นเกมแม้ว่า ช้างศึกU19 จะครองเกมไว้ได้มากกว่า แต่จีนก็ตั้งรับกันอย่างเหนียวแน่น ทำให้ทีมชาติไทยไม่สามารถเจาะแนวรับของจีนเข้าไปลุ้นประตูได้

   กว่าจะพอมีโอกาสเป็นชิ้นเป็นอันก็ล่วงเข้าสู่ นาทีที่ 53 จากจังหวะซ้ำของ เมธี สาระคำ แต่ยังไปติดเซฟของนายด่านจีนบอลกระดอนออกมา ยุทธพิชัย เลิศล้ำ ตามไปเก็บไว้ได้อีกครั้งก่อนจะซัดออกหลังไป

   ช้างศึกU19 ยังคงบุกเข้าใส่จีนอย่างหนัก นาที 67 ธีรภักดิ์ เปรื่องนา เปิดบอลไปหน้าปากประตูให้กับ เมธี สาระคำ ได้โหม่งหลุดกรอบออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   นาที 75 ทีมชาติไทยเกือบจะเสียประตูที่สองให้กับทีมชาติจีนจากจังหวะที่ เถา เจี่ย ลอง หลุดเข้ามายิงไปติดเซฟ ฟาหัส บิลังโหลด

   ท้ายเกมแม้ว่าทีมชาติไทยจะบุกแล้วบุกอีกแต่ก็ยังไม่สามารถบวกประตูได้ สุดท้ายจบเกม ช้างศึกU19 เป็นฝ่ายพ่ายให้กับ จีน 0-1 จบอันดับ 4 ในศึก GSB BANGKOK CUP 2018 และยังไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยตลอดทั้ง 3 นัด ส่วนจีน คว้าอันดับ 3 ไปครอง

   ส่วนผลการแข่งขันอีกคู่ จอร์แดน เป็นฝ่ายเอาชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไป 2-1 คว้าแชมป์ GSB BANGKOK CUP 2018 ไปครอง (7 แต้ม) อันดับสองเป็นของ ยูเออี  (6 แต้ม)  จีน อันดับ 3 (3 แต้ม) และอันดับ 4 เป็นทีมชาติไทย (1 แต้ม)

 

อันเดร ซิลวา ซัดชัย โปรตุเกส เฉือน อิตาลี หวิว 1-0

อันเดร ซิลวา ซัดชัย โปรตุเกส เฉือน อิตาลี หวิว 1-0

   อันเดร ซิลวา ซัดชัย พา โปรตุเกส ชนะ อิตาลี 1-0 ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 ที่สนาม เอสตาดิโอ โด สปอร์ต ลิสเบา เมื่อวันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2561 “ฝอยทอง” โปรตุเกส เปิดบ้านเฉือนชนะ “อัซซูรี่” อิตาลี 1-0 จากประตูชัยของ ซิลวา

   เกมนี้ โปรตุเกส ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ยังคงใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากเกมที่แล้วที่เสมอกับ โครเอเชีย โดยแนวรุกยังเป็น อันเดร ซิลวา ประสานงานกับ เบร์นาร์โด้ ซิลวา และ บรูม่า ส่วนทางด้านของอิตาลีเกมนี้เปลี่ยนผู้เล่นถึง 9 ตำแหน่งจากเกมที่แล้วมีเพียง จานลุยจิ ดอนนารมุม่า นายทวารและ จอร์จินโญ่ มิดฟิลด์ ที่ยังรักษาตัวจริงไว้ได้

อันเดร ซิลวา ซัดชัย ไฮไลท์การแข่งขัน โปรตุเกส & อิตาลี

   เริ่มครึ่งแรกเป็นโปรตุเกสที่ทำเกมบุกเข้าใส่ สวนทางด้านทีมเยือนก็พยายามตั้งรับแล้วรอจังหวะสวนกลับ ช่วงต้นเกมจึงยังไม่มีจังหวะให้ลุ้นมากนัก

   กระทั่งนาทีที่ 15 อิตาลีได้ลุ้นจากลูกยิงของ คิเอซ่า ที่ระยะประมาณ 20 หลา บอลพุ่งไปตรงตัว ปาทริซิโอ เซฟเอาไว้ได้

   นาที 20 โปรตุเกสได้สวนกลับบ้าง ซิลวา ได้บอลทางซ้ายก่อนซัดที่ระยะ 20 หลา ไปเข้ามือ ดอนนารุมม่า

   นาทีที่ 27 จังหวะนี้ฝอยทองน่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆ เมื่อ วิลเลี่ยม วางบอลเข้าไปในเขตโทษให้ บรูม่า โหม่งตั้ง ดอนนารุมม่า ประตูทีมยือนออกมาชกบอลวืดไปตกใส่ เบร์นาร์โด้ ซิลวา ซัดเต็มข้อ บอลกำลังจะพุ่งเข้าประตูอยู่แล้วแต่ โรมันญอลี่ เตะสกัดทิ้งออกมาได้ตรงเส้นประตูพอดี

   นาทีที่ 35 ยังคงเป็นโปรตุเกสที่บุกขึ้นมาเรื่อยๆ จังหวะนี้ได้ลุ้นจากลูกยิงไกล 20 หลาของ วิลเลี่ยม ที่บอลถากเสาออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   เกมในครึ่งแรกหลังจากนั้น อิตาลี มาเล่นเกมรับอย่างเหนียวแน่น ไม่เปิดโอกาสให้ทางฝั่งเจ้าภาพได้บุกเท่าไหร่ สุดท้ายจบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

   แต่หลังจากลงมาเล่นครึ่งหลังได้เพียงแค่ 3 นาที เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้จากจังหวะสวนกลับเร็วเมื่อ บรูม่า ตัดบอลได้จากกลางสนามแล้วลากพาเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะไหลต่อไปที่ ซิลวา จับด้วยขวาหนึ่งจังกวะแล้วซัดด้วยซ้ายทันที บอลพุ่งผ่าน ดอนนารุมม่า เข้าไปเป็นประตู

   หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำ เจ้าถิ่นก็เหมือนจะได้ใจ นาทีที่ 53 เกือบเป็นประตูที่สองจากลูกเตะมุมที่ วิลเลี่ยม โยนบอลไปเสาแรกให้ เบร์นาร์โด้ ซิลวา ซัดเน้นๆบอลกำลังจะเสียบใต้คานแต่ ดอนนารุมม่า ยังซูเปอร์เซฟบินไปปัดทิ้งได้หวุดหวิด

   หลังจากที่เสียประตู อิตาลี ก็พยายามดาหน้าบุกใส่เจ้าถิ่นเพื่อหวังทวงประตูคืน แต่ทำได้ไม่ค่อยดีนักเพราะเกือบจะโดนสวนจนทำให้เสียประตูอยู่หลายจังหวะเหมือนกัน

   ท้ายเกมนาทีที่ 82 โปรตุเกสพลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดายเมื่อได้สวนกลับเร็ว ซิลวา ลากบอลขึ้นมาจากกลางสนามก่อนจะไหลให้ ซานเชส ซัดเรียดๆตรงกรอบแล้วแต่ยังโดนปฏิเสธประตูจาก ดอนนารุมม่า นายทวารเช่นเคย

   เกมหลังจากนั้นเจ้าถิ่นครองเกมไว้ได้ดี และรักษาสกอร์ไว้ได้ จบเกม โปรตุเกส แชมป์ยุโรปเป็นฝ่ายเฉือนชนะ อิตาลี 1-0

 

ทีมชาติฮอลแลนด์ บุกเหนื่อยเจ๊ากับสโลวาเกียไป 1-1 ในเกมอุ่นเครื่อง

ทีมชาติฮอลแลนด์

   การแข่งขันฟุตบอลเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมานั้นหลายๆ คู่นั้นก็ทำผลงานได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งล่าสุดนั้นทางด้านทีมชาติฮอลแลนด์นั้นก็บุกเหนื่อยมากเลยนะครับหลังจากที่เปิดศึกเจ๊ากับสโลวาเกียไป 1-1 ซึ่งทางด้านสโลวาเกียนั้นในเกมนี้ก็สามารถที่จะเล่นได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับเพราะสามารรถที่จะทำประตูขึ้นนำได้ตั้งแต่ช่วงต้นเกมที่ผ่านมานั่นเอง ส่วนทางด้านทีมชาติฮอลแลนด์นั้นก็ต้องพยายามที่จะเร่งเครื่องด้วยนะครับ โดยสามารถที่จะมาไล่ตีเสมอได้ในช่วงครึ่งหลัง เลยทำให้เกมนี้นั้นก็จบเกมไปเสมอ 1-1 นั่นเอง

เกมอุ่นเครื่องในครั้งนี้ทั้งสองทีมไม่ได้ไปบอลโลก

   แน่นอนนะครับว่าทั้งสองทีมก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียได้แล้วนะครับ ซึ่งก็ทำให้ในเกมอุ่นเครื่องในครั้งนี้ทั้งสองทีมก็ได้จัดชุดใหญ่เปิดสนามกันเลยนั่นเอง โดยทางด้านสโลวาเกีย ซึ่งก็ได้ส่งทางด้าน มาเร็ค ฮัมซิค เข้ามาอยู่ในแดนหน้าที่พร้อมจะเปิดศึกกันนั่นเอง ส่วนทางด้าน ทีมชาติฮอลแลนด์นั้นที่มีทางด้าน โรนัลด์ คูนน์ ที่ได้คุมทีมนั้นก็ได้จัดกองทัพเปิดศึกนี้อย่างใหญ่หลวงเช่นกัน อย่างไรก็ตามนั้นทั้งสองทีมก็สู้กันในเกมนี้กันอย่างดีมากเลยนะครับ ซึ่งทางด้าน สโลวาเกีย นั้นก็มีฟอร์มการเล่นที่เหนือชั้นมากกว่าด้วยเพราะในเกมนี้สามารถที่จะยิงขึ้นนำไปก่อน 1-0 นั่นเอง ส่วนทางด้านทีมชาติฮอลแลนด์นั้นก็จะต้องพยายามที่จะเล่นกันอย่างหนักแต่ก็สามารถที่จะยิงประตูตีเสมอได้สำเร็จในช่วงเกมครึ่งหลังที่ผ่านมาส่งผลทำให้เกมนี้นั้นทั้งสองทีมก็เสมอกันไป 1-1 นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในเกมนี้ทั้งสองทีมก็สู้กันอย่างเข้มข้นกันอย่างมากเลยนะครับเพื่อที่จะหวังเก็บชัยชนะให้ได้แต่สุดท้ายก็ต้องพลาดไปอย่างน่าเสียดายทำได้เพียงแค่เสมอกันเท่านั้นนั่นเอง

ทีมชาติฮอลแลนด์ เกือบพลาดแต่โชคดีที่ยังตีเสมอได้

   ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องเท่านั้นทางด้านทีมชาติฮอลแลนด์ในเกมนี้ก็เกือบที่จะพลาดท่าให้กับสโลวาเกียไปแล้วนะครับเพราะว่าในเกาการแข่งขันในครั้งนี้นั้นทางด้านสโลวาเกียก็สามารถที่จะยิงประตูขึ้นนำไปได้ก่อน 1-0 แต่สุดท้ายก็สามารถที่จะยิงตีเสมอได้สำเร็จในช่วงท้ายเกมนั่นเอง เลยทำให้จบเกมทั้งสองทีมก็เสมอกันไป 1-1 แต่อย่างไรก็ตามนั้นทั้งสองทีมนี้นั้นก็ไม่สามารถที่จะผ่านเข้าไปสู่เกมฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียนะครับทำให้พลาดไปอย่างน่าเสียดายจริงๆ นั่นเอง เอาเป็นว่าอีก 4 ปีข้างหน้าผมเชื่อนะครับว่าทั้งสองทีมนี้ก็จะสามารถที่จะเข้าไปเล่นได้อย่างแน่นอนนั่นเอง