ลาลีกา สเปน นัดที่ 6 พรีวิว เลกาเนส พบ บาร์เซโลน่า

ลาลีกา สเปน นัดที่ 6 พรีวิว เลกาเนส พบ บาร์เซโลน่า

   ลาลีกา สเปน นัดที่ 6 ดูบอลสด เลกาเนส เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจากทีม ต่างดาว บาร์เซโลน่า ในวันพุธที่ 26 กันยายน 2561 เวลา 01.00 น. ที่สนาม Estadio Municipal de Butarque

ความพร้อมของทั้งสองทีม

เลกาเนส

   เกมนี้ เมาริซิโอ เปเยกริโน่ กุนซือของ เลกาเนส ยังคงไม่มี เอเซเกล มูนญอซ ที่มีอาการบาดเจ็บโคนขา อเล็กซานเดอร์ ซีมานอฟสกี้ และ โฆเซ่ อานาอิตซ์ ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บเช่นกัน

   แดนกลางต้องรอเช็คความฟิตของ เรซีโอ้ ก่อน หากไม่พร้อมอาจจะให้โอกาส ออสการ์ โรดริเกซ ดาวรุ่งที่ยืมตัวมาจาก เรอัล มาดริดออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทน เกมรุกยังคงเป็น กุยโด้ การ์รีโย่, นาบิล เอล ซาร์ และ ดีเอโก้ โรลัน

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อีบัน กวยยาร์, อัลลัน นียอม, อูไน บุสตินซ่า, ดิมิทริออส ซิโอวาส, ราอูล การ์เซีย, เคราร์ด กุมเบา, รูเบน เปเรซ, เรซีโอ้, นาบิล เอลซาร์, กุยโด้ การ์รีโย่, ดีเอโก้ โรลัน

บาร์เซโลน่า

   ส่วนทางด้าน บาร์เซโลน่า เกมนี้ขาด เกลมอง ลองเล่ต์ ที่โดนใบแดงในเกมที่เสมอกับ จีโรน่า แต่จะได้ ฟิลิเป้ คูตินโญ่ กับ อีวาน ราคิติช ที่ได้พักในเกมก่อนกลับมาพร้อมลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ ส่วนแนวรุกยังคงเป็น เมสซี่, ซัวเรซ และ เดมเบเล่ เช่นเดิม

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น, เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูแอล อุมติตี้, ยอร์ดี้ อัลบา, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อุสมาน เดมเบเล่

ลาลีกา สเปน พรีวิว วิเคราะห์เกม เลกาเนส พบ บาร์เซโลน่า

   เกมนี้ ลากาเนส ที่ตอนนี้รั้งบ๊วยของตาราง ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด แพ้มา 4 นัด และที่เหลืออีก 1 นัดคือผลเสมอ นัดนี้ต้องโคจรมาพบกับจ่าฝูงของตารางอย่างทีมต่างดาว บาร์เซโลน่า ที่นัดที่แล้วเพิ่งจะพลาดมา

   ผลงานของ บาร์ซ่า 5 นัดที่เพิ่งผ่านมาเอาชนะมาได้ทั้งหมด 4 เกม และเสมอไปเพียงเกมเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นเกมนี้ บาร์ซ่า มาเปิดเกมบุกใส่อีกฝั่งแน่นอน

   ดังนั้นเกมนี้ไม่ว่าจะมองมุมไหน บาร์เซโลน่า ก็มาวินแน่นอน อีกทั้งหากดูจากตัวผู้เล่นแล้วก็ดูยังค่อนข้างจะห่างชั้นกันพอสมควร เชื่อว่า บาร์ซ่า เอาจริงแน่นอน ยังไงแล้ว เกมนี้ บาร์เซโลน่า น่าจะเอาชนะ ลากาเนส ไปได้ไม่ยากนัก

 

วิเคราะห์บอล ก่อนเกม วัตฟอร์ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วิเคราะห์บอล ก่อนเกม วัตฟอร์ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   วิเคราะห์บอล ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018/19 เป็นการพบกันระหว่าง วัตฟอร์ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2018 ที่จะลงทำการแข่งขัน เวลา 23.30 น ตามเวลาในประเทศไทย ที่สนามวิคาเรจ โร้ด

สภาพความพร้อม วัตฟอร์ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   สำหรับ วัตฟอร์ด ยังมีปัญหาในเรื่องของตัวผู้เล่นตามเดิม ในเกมนี้พวกเขาจะไม่มี มิเกล บริตอส, ยูเนส กาบูล, ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ และเคราร์ด เดวโลเฟว

   จากฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นในนัดที่วัตฟอร์ดเปิดบ้านเอาชนะสเปอร์สไป 2-1 ในเกมนี้พวกเขาน่าจะยึดแผนการเล่นและผู้เล่นชุดเดิมโดยมีเบน ฟอสเตอร์ ยืนเป็นนายด่านเฝ้าประตู ส่วน อังเดร เกรย์ และทรอย ดีนี่ย์ 2 คู่หูเป็นกองหน้า

   ในส่วนของทีมเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้ทีมของ มูรินโญ่ ขาด ลุค ชอว์ ที่บาดเจ็บจากการลงสนามในเกมทีมชาติอังกฤษ, เซร์คิโอ โรเมโร่ และมาร์กอส โรโฮ ที่ยังม่สามารถเลงเล่นได้

   เกมนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อยจากเกมที่เอาชนะเบิร์นลี่ย์ มา 2-0 โดยอาจจะเลือกใช้ เอริค ไบญี่ มายืนเป็นเซ็นเตอร์คู่กับสมอลลิ่ง และแอชลี่ย์ ยัง ลงมาแทนตำแหน่งของ ชอว์ นอกจากนี้เกมนี้ยังอาจได้เห็นแบ็คป้ายแดง ดิโอโก้ ดาโลต์ ที่มีชื่อติดทีมเป็นครั้งแรกอีกด้วย  

วิเคราะห์บอล วัตฟอร์ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   วัตฟอร์ด โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรง โดยสามารถเก็บชัยได้ 4 นัดรวด ขึ้นไปอยู่ ในกลุ่มผู้นำหัวตาราง โดยมีแต้มเทียบเท่ากับลิเวอร์พูลและเชลซี ต่างกันเพียงลูกได้เสียเท่านั้น ส่วนทางด้านปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น แม้ว่าจะพึ่งเอาชนะเบิร์นลี่ย์มา 2-0 แต่ก่อนหน้านั้นพวกเขาก็แพ้ให้กับ สเปอร์ส และไบรท์ตันมาก่อน

   สำหรับสถิติในการพบกันของวัตฟอร์ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าบ้านยังเป็นรองอยู่หลายขุม สถิติของทั้งสองทีมเจอกันทั้งหมด 23 เกม วัตฟอร์ดเอาชนะได้เพียง 3 เกมเท่านั้น

   หากจะว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว เกมนี้ก็ค่อนข้างจะสูสีกันเลยทีเดียว วัตฟอร์ด แม้จะตกเป็นรองในเรื่องของสถิติ แต่ก็อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ ลูกทีมของการ์เซียสามารถเอาชนะคู่แข่งมาได้ 4 นัดรวด อีกทั้งยังพึ่งเอาชนะ ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์มา 2-1 อีกด้วย แน่นอนว่าความมั่นใจของเหล่าขุนพลแตนอาละวาดมีเต็มเปี่ยมแน่นอน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่แมนยูจะบุกมาเอาชนะ วัตฟอร์ด ได้ง่ายๆเหมือนครั้งก่อนๆที่ผ่านมา ส่วนทางด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงแม้ว่า จะเรียกความมั่นใจ จากเกมที่ชนะเบิร์นลีย์มา 2-0 แต่หากดูจากฟอร์มการเล่นของเบิร์นลี่แล้วก็ต้องบอกว่าแตกต่างจากฤดูกาลที่แล้วพอสมควร ดังนั้น เกมในวันเสาร์นี้น่าจะเป็นเกมที่ค่อนข้างสนุกเลยทีเดียว สกอร์น่าจะไม่ห่างกันมากนัก

   วิเคราะห์จากผลการแข่งขัน 4 นัดที่ผ่านมา ให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเฉือนชนะ วัตฟอร์ด 2-1

 

ทีมชาติไทย จบบ๊วยแบบไร้ชัย ช้างศึกU19 พ่ายจีน 0-1 ปิดท้ายศึก GSB BANGKOK CUP 2018

ทีมชาติไทย จบบ๊วยแบบไร้ชัย ช้างศึกU19 พ่ายจีน 0-1 ปิดท้ายศึก GSB BANGKOK CUP 2018

   ทีมชาติไทย จบแบบไร้ชัย ในศึกฟุตบอล GSB BANGKOK CUP 2018 นัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2561 เวลา 19.30 น.ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ลงสนามพบกับทีมชาติจีน

   โดย ช้างศึกU19 ลงสนามในรายการนี้มาแล้วทั้งหมด 2 นัด มีเพียง 1 แต้ม และยังไม่ชนะใคร รั้งอันดับ 3 ของตาราง ส่วน จีน ลงสนาม 2 นัด แพ้รวดทั้งสองนัดต่อ ยูเออี และ จอร์แดน ทำให้ยังไม่มีคะแนน และรั้งบ๊วยของตาราง

ทีมชาติไทย ไร้ชัย ช้างศึกU19 จบบ๊วย GSB BANGKOK CUP 2018

   เริ่มเกมได้เพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น ช้างศึกU19 ก็ต้องมาเสียประตูไวจากความผิดพลาดของตัวเอง เมื่อแผงหลังทีมชาติไทยสกัดบอลในเขตโทษไม่ขาดมาเข้าทาง หลิว ลัว ฟาน ส้มหล่นซัดเต็มข้อเสียบมุมเข้าไปตุงตาข่าย ยังไม่ทันไรจีนนำเร็ว 1-0

   หลังจากที่เสียประตู ช้างศึกU19 ก็พยายามแก้ตัวด้วยการทำเกมบุกเพื่อหวังทวงประตูคืน นาทีที่ 22 ณัฐวุฒิ ชูติวัตร ได้ลองส่องไกลแต่ยังไม่ตรงกรอบ บอลข้ามคานออกไป

   นาที 31 ไทยได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ อิรฟาน ดอเลาะ เปิดบอลไปหน้าประตูให้กับ เมธี สาระคำ โหม่งย้อนไปเสาสอง แต่บอลเบาเกินไป นายทวารจีน รับได้สบาย

   นาทีที่ 34 น่าจะเป็นลูกใกล้เคียงจะเป็นประตูตีเสมอที่สุดของ ช้างศึกU19 ในช่วงครึ่งแรก เป็นจังหวะโต้กลับที่ ธีรภักดิ์ เปรื่องนา ได้ซัดเต็มข้อ แต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียวแบบได้ลุ้น

   ช่วงท้ายครึ่งแรก ไม่ค่อยมีจังหวะให้ลุ้นประตูมากนัก และ ช้างศึกU19 ยังไม่สามารถทวงประตูตีเสมอได้ ทำให้จบครึ่งแรก จีน เป็นฝ่ายขึ้นนำไทย 1-0

   ครึ่งหลังช่่วงต้นเกมแม้ว่า ช้างศึกU19 จะครองเกมไว้ได้มากกว่า แต่จีนก็ตั้งรับกันอย่างเหนียวแน่น ทำให้ทีมชาติไทยไม่สามารถเจาะแนวรับของจีนเข้าไปลุ้นประตูได้

   กว่าจะพอมีโอกาสเป็นชิ้นเป็นอันก็ล่วงเข้าสู่ นาทีที่ 53 จากจังหวะซ้ำของ เมธี สาระคำ แต่ยังไปติดเซฟของนายด่านจีนบอลกระดอนออกมา ยุทธพิชัย เลิศล้ำ ตามไปเก็บไว้ได้อีกครั้งก่อนจะซัดออกหลังไป

   ช้างศึกU19 ยังคงบุกเข้าใส่จีนอย่างหนัก นาที 67 ธีรภักดิ์ เปรื่องนา เปิดบอลไปหน้าปากประตูให้กับ เมธี สาระคำ ได้โหม่งหลุดกรอบออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   นาที 75 ทีมชาติไทยเกือบจะเสียประตูที่สองให้กับทีมชาติจีนจากจังหวะที่ เถา เจี่ย ลอง หลุดเข้ามายิงไปติดเซฟ ฟาหัส บิลังโหลด

   ท้ายเกมแม้ว่าทีมชาติไทยจะบุกแล้วบุกอีกแต่ก็ยังไม่สามารถบวกประตูได้ สุดท้ายจบเกม ช้างศึกU19 เป็นฝ่ายพ่ายให้กับ จีน 0-1 จบอันดับ 4 ในศึก GSB BANGKOK CUP 2018 และยังไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยตลอดทั้ง 3 นัด ส่วนจีน คว้าอันดับ 3 ไปครอง

   ส่วนผลการแข่งขันอีกคู่ จอร์แดน เป็นฝ่ายเอาชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไป 2-1 คว้าแชมป์ GSB BANGKOK CUP 2018 ไปครอง (7 แต้ม) อันดับสองเป็นของ ยูเออี  (6 แต้ม)  จีน อันดับ 3 (3 แต้ม) และอันดับ 4 เป็นทีมชาติไทย (1 แต้ม)

 

อันเดร ซิลวา ซัดชัย โปรตุเกส เฉือน อิตาลี หวิว 1-0

อันเดร ซิลวา ซัดชัย โปรตุเกส เฉือน อิตาลี หวิว 1-0

   อันเดร ซิลวา ซัดชัย พา โปรตุเกส ชนะ อิตาลี 1-0 ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 ที่สนาม เอสตาดิโอ โด สปอร์ต ลิสเบา เมื่อวันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2561 “ฝอยทอง” โปรตุเกส เปิดบ้านเฉือนชนะ “อัซซูรี่” อิตาลี 1-0 จากประตูชัยของ ซิลวา

   เกมนี้ โปรตุเกส ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ยังคงใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากเกมที่แล้วที่เสมอกับ โครเอเชีย โดยแนวรุกยังเป็น อันเดร ซิลวา ประสานงานกับ เบร์นาร์โด้ ซิลวา และ บรูม่า ส่วนทางด้านของอิตาลีเกมนี้เปลี่ยนผู้เล่นถึง 9 ตำแหน่งจากเกมที่แล้วมีเพียง จานลุยจิ ดอนนารมุม่า นายทวารและ จอร์จินโญ่ มิดฟิลด์ ที่ยังรักษาตัวจริงไว้ได้

อันเดร ซิลวา ซัดชัย ไฮไลท์การแข่งขัน โปรตุเกส & อิตาลี

   เริ่มครึ่งแรกเป็นโปรตุเกสที่ทำเกมบุกเข้าใส่ สวนทางด้านทีมเยือนก็พยายามตั้งรับแล้วรอจังหวะสวนกลับ ช่วงต้นเกมจึงยังไม่มีจังหวะให้ลุ้นมากนัก

   กระทั่งนาทีที่ 15 อิตาลีได้ลุ้นจากลูกยิงของ คิเอซ่า ที่ระยะประมาณ 20 หลา บอลพุ่งไปตรงตัว ปาทริซิโอ เซฟเอาไว้ได้

   นาที 20 โปรตุเกสได้สวนกลับบ้าง ซิลวา ได้บอลทางซ้ายก่อนซัดที่ระยะ 20 หลา ไปเข้ามือ ดอนนารุมม่า

   นาทีที่ 27 จังหวะนี้ฝอยทองน่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆ เมื่อ วิลเลี่ยม วางบอลเข้าไปในเขตโทษให้ บรูม่า โหม่งตั้ง ดอนนารุมม่า ประตูทีมยือนออกมาชกบอลวืดไปตกใส่ เบร์นาร์โด้ ซิลวา ซัดเต็มข้อ บอลกำลังจะพุ่งเข้าประตูอยู่แล้วแต่ โรมันญอลี่ เตะสกัดทิ้งออกมาได้ตรงเส้นประตูพอดี

   นาทีที่ 35 ยังคงเป็นโปรตุเกสที่บุกขึ้นมาเรื่อยๆ จังหวะนี้ได้ลุ้นจากลูกยิงไกล 20 หลาของ วิลเลี่ยม ที่บอลถากเสาออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   เกมในครึ่งแรกหลังจากนั้น อิตาลี มาเล่นเกมรับอย่างเหนียวแน่น ไม่เปิดโอกาสให้ทางฝั่งเจ้าภาพได้บุกเท่าไหร่ สุดท้ายจบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

   แต่หลังจากลงมาเล่นครึ่งหลังได้เพียงแค่ 3 นาที เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้จากจังหวะสวนกลับเร็วเมื่อ บรูม่า ตัดบอลได้จากกลางสนามแล้วลากพาเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะไหลต่อไปที่ ซิลวา จับด้วยขวาหนึ่งจังกวะแล้วซัดด้วยซ้ายทันที บอลพุ่งผ่าน ดอนนารุมม่า เข้าไปเป็นประตู

   หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำ เจ้าถิ่นก็เหมือนจะได้ใจ นาทีที่ 53 เกือบเป็นประตูที่สองจากลูกเตะมุมที่ วิลเลี่ยม โยนบอลไปเสาแรกให้ เบร์นาร์โด้ ซิลวา ซัดเน้นๆบอลกำลังจะเสียบใต้คานแต่ ดอนนารุมม่า ยังซูเปอร์เซฟบินไปปัดทิ้งได้หวุดหวิด

   หลังจากที่เสียประตู อิตาลี ก็พยายามดาหน้าบุกใส่เจ้าถิ่นเพื่อหวังทวงประตูคืน แต่ทำได้ไม่ค่อยดีนักเพราะเกือบจะโดนสวนจนทำให้เสียประตูอยู่หลายจังหวะเหมือนกัน

   ท้ายเกมนาทีที่ 82 โปรตุเกสพลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดายเมื่อได้สวนกลับเร็ว ซิลวา ลากบอลขึ้นมาจากกลางสนามก่อนจะไหลให้ ซานเชส ซัดเรียดๆตรงกรอบแล้วแต่ยังโดนปฏิเสธประตูจาก ดอนนารุมม่า นายทวารเช่นเคย

   เกมหลังจากนั้นเจ้าถิ่นครองเกมไว้ได้ดี และรักษาสกอร์ไว้ได้ จบเกม โปรตุเกส แชมป์ยุโรปเป็นฝ่ายเฉือนชนะ อิตาลี 1-0